รู้จักโรงพยาบาลเด็ก

รู้จักโรงพยาบาลเด็ก

เติมลมหายใจ ความหวัง
และอนาคต สู่เด็กไทย

ท่านอาจไม่ทราบว่า แพทย์และพยาบาลที่ท่านเดินสวนไปมาที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือ โรงพยาบาลเด็กแห่งนี้ หลายต่อหลายท่านเป็นบุคลากรระดับประเทศและระดับโลก หลายท่านได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลกและองค์การนานาชาติต่าง ๆ ที่พร้อมดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กแบบผู้ป่วยนอก ปีละกว่า 400,000 ราย และแบบผู้ป่วยในซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นผู้ป่วยโรคยุ่งยากซับซ้อนกว่า 40,000 รายต่อปี ให้มีพลานามัยที่แข็งแรง พร้อมที่จะเติบโตเป็นพลังของชาติในอนาคต นับเป็นสถาบันที่ทรงคุณค่าต่อประเทศเป็นอย่างมาก ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องช่วยกันส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทางการแพทย์ เพื่อผู้ป่วยเด็กเหล่านี้

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ศูนย์กลางการดูแลเด็กทารกและเด็กพิการแต่กำเนิด รวมทั้งทารกคลอดก่อนกำหนด ครบวงจร

สถานการณ์เด็กพิการแต่กำเนิดในประเทศไทย ว่าปัจจุบันไทยมีทารกแรกเกิดประมาณ 800,000 รายต่อปี เป็นเด็กที่เกิดมาพร้อมกับความพิการประมาณ 24,000-40,000 ราย ซึ่งความพิการแต่กำเนิดหรือความผิดปกติแต่กำเนิด (Birth Defects) ถือเป็นปัญหาสำคัญระดับชาติและเป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก เพราะการที่ไทยมีผู้พิการในครอบครัวย่อมส่งผลกระทบทางจิตใจของผู้ที่เป็นพ่อแม่หรือผู้ปกครอง

ทั้งก่อให้เกิดภาระในด้านสุขภาพต่อผู้ป่วย รวมถึงส่งผลกระทบต่อครอบครัว สังคม จนถึงระดับประเทศ ที่ต้องแบกรับภาระ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา และที่สำคัญความพิการแต่กำเนิดยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กทารกมากถึงร้อยละ 20-30 ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่สูงมากโดยเฉพาะ

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
มากถึง

6,400 ราย/ปี

ความผิดปกติทางโครโมโซม
จำนวน

5,200-6,720 ราย/ปี

ความพิการกล้ามเนื้อแขนขา
จำนวน

1,600-4,000 ราย/ปี

ปากแหว่ง เพดานโหว่
จำนวน

1,600 ราย/ปี

ความพิการทางสมองและไขสันหลังจากภาวะหลอดประสาทเปิด จำนวน

800 ราย/ปี

และพบว่าความพิการแต่กำเนิดมีจำนวนสะสมขึ้นทุกปี

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือ โรงพยาบาลเด็ก เป็น
โรงพยาบาลของรัฐแห่งเดียวในประเทศไทยที่ดูแลโรคเฉพาะด้านเด็ก

กว่า 65 ปี ในความเชี่ยวชาญในการดูแลและให้การรักษาทุกโรคที่เป็นปัญหาสุขภาพและการเจ็บป่วยในเด็ก สถาบันสุขภาพเด็กฯ มีโครงการดูแลรักษาเด็กผิดปกติแต่กำเนิดแบบครบวงจรขึ้น เพื่อให้การดูแลให้ความช่วยเหลือเด็กที่เกิดมาผิดปกติได้มีโอกาสเข้าสู่กระบวนการรักษาและฟื้นฟูโดยเร็ว
มีพัฒนาการที่ดี เติบโตสมวัยและสามารถใช้ชีวิตอย่างปกติสมบูรณ์ ไม่ต้องเป็นภาระให้กับครอบครัวและสังคม เป็นการส่งบุคคลที่มีคุณภาพให้เข้าไปมีส่วนร่วมกับทางสังคมได้อย่างบุคคลปกติทั่วไป

กองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก

ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคสมทบการจัดซื้อครุภัณฑ์และพัฒนาการแพทย์ให้กับ
โรงพยาบาลเด็ก ยังสามารถเป็นที่พึ่งของคนไข้เด็กป่วยที่ยากไร้ โรคยุ่งยากซับซ้อน เข้าถึงการรักษาอย่างทันท่วงที

และเพื่อการพัฒนาสถาบันฯ ให้พร้อมเป็นหลักของประเทศในการดูแลทารกและเด็กพิการแต่กำเนิด รวมทั้งทารกคลอดก่อนกำหนดครบวงจร หากเด็กป่วยเข้าถึงการรักษา วินิจฉัยเร็ว ความพิการก็ลดน้อย โอกาสรอดก็มากขึ้น สามารถกลับสู่อ้อมอก พ่อแม่ ครอบครัว และสังคมเติบโตเป็นอนาคตของชาติต่อไป

จากความในใจคนไข้ สู่การสร้างอาคารใหม่สถาบันฯ

พลเรือโท ไตรภพ พิชัยกุล

คุณพ่อน้องปลื้ม เพศชาย อายุ 8 ปี

“น้องปลื้มป่วยเป็นโรคซับซ้อนยุ่งยากในเด็กเล็ก เนื่องจากไม่สามารถคลอดได้เพราะรกพันคอ ตอนนั้นจึงต้องผ่าตัดคลอดก่อนกำหนดด้วยน้ำหนักตัวเพียง 1,000 กรัม อยู่ได้ 30 วันน้องมีอาการลำไส้ตาย
จึงต้องผ่าตัดด่วน ทางโรงพยาบาลที่ทำคลอดแนะนำว่าควรไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญ แพทย์จึงแนะนำให้มาที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งมหาราชินี จึงพาน้องปลื้มเข้ามารับการผ่าตัดและต้องผ่าตัดซ้ำอีกหลายครั้ง ทั้งยังมีอาการชักแทรกซ้อน แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ทำให้น้องปลื้มอาการดีขึ้นเป็นลำดับ

นอกเหนือจากภาระหน้าที่ของการรักษาคนไข้ บุคลากรทุกท่าน ยังให้การดูแลจิตใจของพ่อแม่ ให้มี
กำลังใจที่จะสู้ต่อไป สิ่งเหล่านี้คือจิตวิญญาณแห่งการช่วยเหลือเกื้อกูล ที่ได้รับการสั่งสมและส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น ก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรของผู้ให้อย่างแท้จริง

การสร้างตึกใหม่นี้ จึงเป็นการสร้างมหากุศล อันจะช่วยให้เด็กไทยได้รับการรักษาดูแลอย่างมีประสิทธิภาพยิ่ง ๆ ขึ้น”

นางวันดี มิ่งบุณยาพร

คุณแม่น้องรักดี เพศชาย อายุ 15 ปี

“น้องรักดีมีอาการคล้ายกับคนเป็นโรคหอบ หายใจไม่ได้ สำลักบ่อย ไปรักษามาหลายสถานพยาบาล
แต่ไม่พบสาเหตุ จนได้มาพบทีมแพทย์ของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งมหาราชินี หลังจากที่ทำการซักประวัติและอาการของน้อง คุณหมอจึงได้ส่องกล้องเพื่อทำการตรวจ ปรากฎว่า น้องไม่ได้เป็นหอบ แต่เป็น
เนื้องอกในหลอดลม ต้องทำการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งตอนแรกคุณแม่กลัวมาก ไม่อยากให้น้องผ่าตัด
แต่คุณหมอบอกว่าไม่ผ่าไม่ได้ เพราะก้อนเนื้อไปอุดหลอดลม 90% แล้ว หากปล่อยไว้อาจเสียชีวิตได้
ตนจึงตัดสินใจให้น้องเข้ารับการผ่าตัด ปัจจุบันน้องรักดีหายใจเป็นปกติและเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ

ทีมแพทย์ผ่าตัดเก่งมาก ใจดี ทุ่มเท เสียสละ มีอยู่ครั้งหนึ่งในช่วงที่น้องผ่าตัดนั้น จะมีอาการแทรกซ้อนคือ ตัวร้อน พอผ่านไปอีก 2-3 ชั่วโมง ตัวก็ร้อนอีก คุณพ่อคุณแม่ทุกข์ใจมากแต่ก็ได้ คุณหมอ พยาบาล และเจ้าหน้าที่มาดูแลและคอยให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลา ทำให้ตนรู้สึกซึ้งในน้ำใจของทุกท่านเป็นอย่างมาก

การสร้างตึกใหม่นี้ จะเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อผู้ป่วยและครอบครัวผู้ป่วยอีกมากมายให้มีความหวังในการสู้ชีวิตต่อไป”

สร้างอนาคตของชาติ
สร้างสุขภาพเด็กไทยให้แข็งแรง